29 มิถุนายน 2562 เตือน 14 จังหวัดนอกเขตชลประทาน ฝนทิ้งช่วงถึงกลางเดือน ก.ค.

ที่มา: https://www.naewna.com/local/423014

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่าจากการติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำพบว่าถึงแม้ไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นแต่จากการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์ฝนสะสม 10 วันที่ผ่านมามีพื้นที่ปริมาณฝนสะสมน้อยกว่า 10 มิลลิเมตร (มม.) เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน และไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนสำรอง ซึ่งอาจเสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และพื้นที่เกษตรอาจได้รับความเสียหาย 14 จังหวัด 36อำเภอ อาทิจังหวัดเชียงใหม่ สุพรรณบุรี นครราชสีมา ชลบุรี โดยมีถึง 3 อำเภอ ใน 3จังหวัดไม่มีฝนตกเลยติดต่อกัน10วันได้แก่ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย อำเภอสีชัง จังหวัดชลบุรี และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยสทนช.ยังวิเคราะห์พื้นที่ปริมาณฝนสะสมน้อยกว่า 50 มม.โดยกำหนดเป็นพื้นที่เฝ้าระวังนอกเขตชลประทาน 46 จังหวัด 169 อำเภอ อาทิจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช ชลบุรี ซึ่ง สทนช.จัดส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อแจ้งเตือนเกษตรกร พร้อมให้ความช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ  อีกทั้งเพื่อให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร วางแผนบินทำฝนหลวงเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่าร้อยละ 30 แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 22 แห่ง และอ่างขนาดกลาง 172 แห่ง เพื่อเติมน้ำในอ่างฯและกักเก็บปริมาณน้ำให้ได้มากที่สุด รวมทั้งแผนการบริหารจัดการน้ำในอ่างฯ โดยระบายน้ำด้วยความระมัดระวัง จากสภาพอากาศแนวโน้มจะมีฝนตกมากในภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ขณะที่พื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนล่างจะมีฝนน้อย โดยเฉพาะภาคกลาง มักเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลงมาก อาจก่อให้เกิดการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ดังนั้นกำหนดมาตรการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำฝนทิ้งช่วงถึงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร โดยประเทศไทยจะกลับมามีฝนตกชุกหนาแน่นต่อเนื่องช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน วันเดียวกันรองอธิบดีกรมชลประทานสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือชาวนาดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรีที่กำลังเดือดร้อนเพราะขาดน้ำทำนา หลังฝนทิ้งช่วง นาข้าวใกล้เสียหายยืนต้นตาย โดยให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าโบสถ์ชะลอรับน้ำเข้าพื้นที่ 2 วัน รวมทั้งประสานโครงการชลประทานชัยนาท กำชับให้พื้นที่ทุ่งวัดสิงห์ ช่วง กม. 0-20 ที่มีพื้นที่ติดกับคลองมะขามเฒ่า–อู่ทอง พิจารณารับน้ำเข้าพื้นที่ตามความจำเป็น อีกทั้งสำนักชลประทานที่ 12ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 12 นิ้ว 4 เครื่องสูบน้ำจากลำน้ำธรรมชาติมาเติมให้คลองมะขามเฒ่า–อู่ทอง ช่วงกม.47 เป็นช่วงท้ายของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าโบสถ์ เชื่อว่าจากมาตรการแก้ปัญหาดังกล่าวจะทำให้มีน้ำไหลลงคลองมะขามเฒ่า–อู่ทองและกระจายเข้าพื้นที่ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดอนเจดีย์ อย่างน้อยประมาณ 2 เท่า จากเดิมมีน้ำเพียง 4 ลบ.ม.เพิ่มเป็น 8 ลบ.ม. สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในเกณฑ์น้อย ได้เพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลจากเดิมวันละประมาณ 23 ล้านลบ.ม. เป็นวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทยอยยกตัวสูงขึ้น ในอีก 5 วันข้างหน้า ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่คลองมะขามเฒ่า–อู่ทองได้มากขึ้น ช่วยคลี่คลายปัญหาการขาดแคลนน้ำให้ชาวนาในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดอนเจดีย์ที่อยู่ท้ายคลองมะขามเฒ่า–อู่ทองได้